ติดตั้ง visualSVN และการตั้งค่า

  • วัชรเมธน์ ชิษณุคุปต์ ศรีเนธิโรทัย
  • Comments

ถ้าท่านยังไม่ได้อ่าน 3 บทความนี้ผมขอบังคับให้ท่านอ่านเสียก่อน

  1. ดูแลซอร์สโค้ด PHP ด้วย SVN
  2. ความสงสัยเกี่ยวกับ SVN
  3. ศัพท์ประหลาด SVN


ผมเขียน 3 บทความนั้นขึ้นมาเพื่อเป็นการปูพื้นและให้เห็นความสำคัญของการใช้งาน SVN ควบคุมซอร์สโค้ด หนึ่งใน 3 บทความนั้น ผมได้กล่าวไว้แล้วว่า การใช้งาน SVN จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือส่วน SVN Server และ SVN Client

SVN Server ที่นิยมใช้กับวินโดวคือ visualSVN วันนี้เรามาดูวิธีการติดตั้งและการกำหนดค่าการใช้งาน

การติดตั้ง visualSVN

1. ดาวน์โหลดโปรแกรม visualSVN ที่นี่ http://www.visualsvn.com/server/download/

2. ดับเบิลคลิกตัวโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา เพื่อทำการติดตั้ง

3. คลิก Next
visualsvn-01

4. ติ๊กถูกยอมรับเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรม
visualsvn-02

5. เลือก VisualSVN Sever and Management Console แล้วคลิก Next
visualsvn-03
อีกตัวเลือกหนึ่ง ลองแปลเอาละกันครับว่ามันไว้ใช้ทำอะไร ผมก็ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง

6. ตรง Repositories โกดังเก็บซอร์สโค้ด ถ้าต้องการเปลี่ยนไปเก็บไว้ที่ไดร์อื่น ก็ทำได้ ตรง Authentication เลือก Use Subversion authentication เสร็จแล้วคลิก Next
visualsvn-04

ในกรณีมีการแจ้งเตือนมาว่า port ที่ระบุถูกใช้งานไปแล้ว โดยโปรแกรมตัวอื่น
visualsvn-05

ก็ให้เราเปลี่ยนไปใช้พอร์ตอื่น ซึ่งตัว VisualSVN Server ให้ค่าดีฟอลต์มาตั้งสองตัว
visualsvn-06

7. คลิกปุ่ม Install เพื่อทำการติดตั้ง VisualSVN Sever
visualsvn-07

8. เดินไปชงกาแฟมากิน ระหว่างรอให้การติดตั้งเสร็จสิ้น ซึ่งมันก็แป้บเดียว อาจจะชงกาแฟไม่ทันเสร็จ
visualsvn-08

9. คลิกปุ่ม Finish เสร็จสิ้นกระบวนการการติดตั้ง
visualsvn-09

การกำหนดค่า VisualSVN

หลังจากทำการติดตั้ง VisualSVN Server เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ สร้าง User เพื่อใช้งาน SVN เช่นการส่งโค้ดเข้ามาเก็บ การขอเข้ามาดูข้อมูลบางอย่าง เป็นต้น จะสร้าง User ให้เท่ากับจำนวนโปรแกรมเมอร์ที่มีอยู่ในบริษัท แล้วแจกให้คนละหนึ่งแอคเค้าก็ได้ หลังจากสร้าง User แล้ว เราก็ต้องสร้าง Repository เก็บโปรเจ็ก 1 Repository เก็บ 1 โปรเจ็ก
ผมเคยงงกับ Repository ตัวนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ไอ้ตอนเราติดตั้งตัวโปรแกรม VisualSVN มันก็ให้กำหนด Repositories มาทีนึงแล้ว แล้วทำไมต้องมาสร้างกันอีก
Repositories ตัวนั้นคือโกดังใหญ่สำหรับเป็นที่เก็บโกดังของโปรเจ็กทั้งหมด
Repository คือโกดังสำหรับเก็บโปรเจ็กแต่ละโปรเจ็ก

ผมแนะนำให้ท่านคิดเสียว่า Repository ก็คือโฟลเดอร์ (ซึ่งจริงๆมันก็คือโฟลเดอร์ ไม่เชื่อลองเปิดไปดูในไดร์ของท่าน)

เมื่อเปิดโปรแกรม VisualSVN Server ขึ้นมาครั้งแรก หน้าตาจะประมาณนี้ สิ่งที่ท่านจะต้องสังเกตเป็นพิเศษ คือ Server URL is ซึ่งมันคือพาธที่ท่านจะต้องใช้ร่วมกับโปรแกรม SVN Client เพื่อส่งซอร์สโค้ดเข้ามาเก็บยังตัว SVN Server (VisualSVN) ส่วนรายละเอียดตัวอื่นๆ ไม่ต้องดูมากก็ได้ เพราะเราขี้เกียจ
visualsvn-10

สร้าง User

1. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Users เลือก Create User…
visualsvn-11

2. สร้าง User Name และ Password เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK
visualsvn-12

3. เมื่อคลิกดุที่โฟลเดอร์ User ก็จะเห็น User ที่เราเพิ่งสร้างไปเมื่อกี้
visualsvn-13

สร้าง โกดังเก็บโปรเจ็ก

แนะนำว่าการสร้าง repository ให้สร้างชื่อเดียวกันกับโปรเจ็กของท่าน

1. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ Repositories เลือก Create New Repository…
visualsvn-14

2. ป้อนชื่อ แล้วคลิก OK ท่านจะเห็นว่าหน้าจอนี้มีที่ให้ติ๊กเลือก Create default structure (trunk, branch, tags) ตอนนี้ยังไม่ต้องสนใจ ไว้ผมจะอธิบายทฤษฎีการทำ trunk, branch, และ tags เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
visualsvn-15

3. ท่านจะเห็น Repository เปล่าๆเพิ่มขึ้นมา
visualsvn-16

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการเตรียมตัวในส่วนของ SVN Server ส่วนการนำเข้าข้อมูลครั้งแรกนั้น เราจะทำผ่านตัว SVN Client ซึ่งผมจะอธิบายในบทต่อไป

อีกอย่างที่อยากจะบอกกล่าวแก่ท่านๆก็คือ ถ้าท่านไปดับเบิลคลิกเพื่อเปิดโฟลเดอร์ Repositories ที่อยู่บนฮาร์ดดิสก์ มันจะไม่ยอมให้ท่านเปิด ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะการจัดการทั้งหมดทั้งปวง จะต้องทำผ่านตัว VisualSVN มันเป็นระบบการรักษาความปลอดภัยน่ะ
visualsvn-17

ขอความรู้และความสวัสดีจงอยู่กับท่านตลอดไป


หนังสือ Git สำหรับโปรแกรมเมอร์ มีขายแล้ววันนี้ เขียนโดยผมเอง วัชรเมธน์ ชิษณุคุปต์ ศรีเนธิโรทัย

เมื่อก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดข้อสงสัยในใจว่า git คืออะไร และมาช่วยให้งานมันง่ายขึ้นได้อย่างไร เพราะเท่าที่ดูแล้วมันจะต้องเรียนรู้เพิ่มและทำงานเพิ่มมากกว่าเดิม แต่หลังจากที่ผมใช้งาน git จนเข้าใจ ผมพูดได้คำเดียวว่า วันนี้ผมขาด git ไม่ได้สำหรับคนทีไม่เคยใช้โปรแกรมใดๆเข้ามาช่วยจัดการงานทางด้านควบคุม sourcecode เวลาจะแบ็กอัพงานทีนึ่ง ก็จะก้อปปี้งานทั้งโฟลเดอร์แล้วอาศัยตั้งชื่อเป็น วัน-เดือน-ปี เอา ของบางคนอาจจะเติมเวลาเข้าไปด้วย การทำอย่างนี้เหมือนจะเป็นประโยชน์ แต่โค้ดที่แบ็กอัพไว้หากจะให้เอากลับมาใช้งานจริงๆ ถามว่าจะมีสักกี่คนกล้าเอามันโยนขึ้นโปรดักชั่นได้โดยไม่ต้องกังวล ส่วนใหญ่แล้วไม่กล้า สำหรับคนที่ใช้ git มันจะไม่มีปัญหาดังกล่าวข้างต้นเลย ผมอยากให้ดูภาพการใช้งานจริงของ git เพื่อเป็นการทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว git มันช่วยอะไรเราบ้าง

เก็บการเปลี่ยนแปลงของโค้ดทุกบรรทัด

รู้ได้ว่าโค้ดแต่ละบรรทัดใครเป็นคนแก้ มีประโยชน์อย่างมากเมื่อการเพิ่มโค้ดใหม่เข้าไป หรือแก้โค้ดเก่าแล้วเกิดบักขึ้น เมื่อเจอบรรทัดที่ก่อบักและรู้ว่าใครเป็นคนทำ เราสามารถถามเหตุผลการแก้โค้ดบรรทัดนั้นๆได้

สามารถทดสอบเขียนโค้ด โดยไม่ต้องกลัวโค้ดจะพังด้วยกระบวนการการแตก branch

รู้การเปลี่ยนแปลงของโค้ดทุกๆบรรทัด ทำให้ลดปัญหา "เราทำอะไรไปบ้างวะ" อีกทั้งสามารถยกเลิกการเปลี่ยนแปลงโค้ดได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คลิกปุ่ม Discard ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม

อีกหลายอย่าง เขียนอธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว

Git สำหรับโปรแกรมเมอร์

Git สำหรับโปรแกรมเมอร์



ต้องการซื้อคลิกที่นี่

https://leanpub.com/gitforbeginner

แสดงความคิดเห็น

comments