Server2Go เซิฟเวอร์พร้อมดื่ม II

  • วัชรเมธน์ ชิษณุคุปต์ ศรีเนธิโรทัย
  • Comments

อ่านก่อน

http://www.select2web.com/php/server2go.html

ถ้าท่านยังไม่ได้อ่านบทความก่อนหน้าของผม ก็อ่านก่อนนะครับ เนื้อหาจะต่อเนื่องกับโพสต์นี้

หลังจากที่ท่านได้ดาวน์โหลดและแตกไฟล์ออกมาแล้ว ก็จะเห็นโครงสร้างทั้งหมด ดังในภาพhttp://lh3.ggpht.com/_MJkDRxwRrPU/SepskhNSP0I/AAAAAAAAAzU/hSudRilsrgs/server2go-detail.jpg

โฟลเดอร์ที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวและจะต้องสนใจเป็นพิเศษ 2 โฟลเดอร์

  1. htdocs ใช้สำหรับเก็บเว็บของเรา เหมือนโฟลเดอร์ www ในเครื่องนั่นแหละครับ ให้ท่านก้อปปี้ PHP สคริปต์ของท่านมาไว้ในนี้
  2. dbdir ใช้สำหรับเก็บ MySQL database ให้ท่านก้อปปี้ฐานข้อมูลที่ต้องการมาเก็บไว้ในนี้ ถ้าท่านใช้ Appserv เขียน PHP ท่านลองเข้าไปที่  C:AppServMySQLdata  ท่านจะเห็นโฟลเดอร์ในนั้นหลายโฟลเดอร์ ซึ่งแต่ละโฟลเดอร์ชื่อมันก็จะเหมือนกับชื่อฐานข้อมูลที่ท่านมี  ถูกต้องแล้ว 1 โฟลเดอร์จะหมายถึง 1 database โครงสร้างการเก็บข้อมูลของ MySQL จะเป็นอย่างนี้ เลือกก้อปไปทั้งโฟลเดอร์เลยครับผม  นี่เป็นสาเหตุว่า ทำไมผมจึงให้ท่านตรวจสอบก่อนว่าใช้ MySQL เวอร์ชั่นไหน ก่อนดาวน์โหลดตัว Server2Go ให้ล้อกัน

หลังจากที่ท่านก้อปปี้ทั้ง ไฟล์ PHP และ MySQL มาไว้ในโฟลเดอร์ทั้งสองเรียบร้อยแล้ว ท่านก็ลองดับเบิลคลิกตัว Server2Go.exe เพื่อรันโค้ดของท่านดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือเปล่า ถ้าทุกอย่าง OK ท่านก็เขียนไฟล์ ที่อยู่ในโฟลเดอร์ในภาพด้านบน ทั้งหมดลงแผ่น CD-ROM ท่านก็สามารถนำไปใช้กับคอมเครื่องอื่นๆได้แล้ว

*** ถ้าท่านใช้งานแล้วติดปัญหา หรือไม่เข้าใจสิ่งที่ผมเขียน ได้โปรดคอมเม้นท์ถามนะครับ ผมเขียนบทความด้วยความตั้งใจ แต่ละบทความกว่าจะเขียนเสร็จ ล่อไป 3 ชั่วโมง  เลยตั้งใจเป็นอย่างมากเป็นพิเศษว่าคนที่อ่านแล้วจะต้องได้ประโยชน์ ใช้งานได้จริง


หนังสือ Git สำหรับโปรแกรมเมอร์ มีขายแล้ววันนี้ เขียนโดยผมเอง วัชรเมธน์ ชิษณุคุปต์ ศรีเนธิโรทัย

เมื่อก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดข้อสงสัยในใจว่า git คืออะไร และมาช่วยให้งานมันง่ายขึ้นได้อย่างไร เพราะเท่าที่ดูแล้วมันจะต้องเรียนรู้เพิ่มและทำงานเพิ่มมากกว่าเดิม แต่หลังจากที่ผมใช้งาน git จนเข้าใจ ผมพูดได้คำเดียวว่า วันนี้ผมขาด git ไม่ได้สำหรับคนทีไม่เคยใช้โปรแกรมใดๆเข้ามาช่วยจัดการงานทางด้านควบคุม sourcecode เวลาจะแบ็กอัพงานทีนึ่ง ก็จะก้อปปี้งานทั้งโฟลเดอร์แล้วอาศัยตั้งชื่อเป็น วัน-เดือน-ปี เอา ของบางคนอาจจะเติมเวลาเข้าไปด้วย การทำอย่างนี้เหมือนจะเป็นประโยชน์ แต่โค้ดที่แบ็กอัพไว้หากจะให้เอากลับมาใช้งานจริงๆ ถามว่าจะมีสักกี่คนกล้าเอามันโยนขึ้นโปรดักชั่นได้โดยไม่ต้องกังวล ส่วนใหญ่แล้วไม่กล้า สำหรับคนที่ใช้ git มันจะไม่มีปัญหาดังกล่าวข้างต้นเลย ผมอยากให้ดูภาพการใช้งานจริงของ git เพื่อเป็นการทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว git มันช่วยอะไรเราบ้าง

เก็บการเปลี่ยนแปลงของโค้ดทุกบรรทัด

รู้ได้ว่าโค้ดแต่ละบรรทัดใครเป็นคนแก้ มีประโยชน์อย่างมากเมื่อการเพิ่มโค้ดใหม่เข้าไป หรือแก้โค้ดเก่าแล้วเกิดบักขึ้น เมื่อเจอบรรทัดที่ก่อบักและรู้ว่าใครเป็นคนทำ เราสามารถถามเหตุผลการแก้โค้ดบรรทัดนั้นๆได้

สามารถทดสอบเขียนโค้ด โดยไม่ต้องกลัวโค้ดจะพังด้วยกระบวนการการแตก branch

รู้การเปลี่ยนแปลงของโค้ดทุกๆบรรทัด ทำให้ลดปัญหา "เราทำอะไรไปบ้างวะ" อีกทั้งสามารถยกเลิกการเปลี่ยนแปลงโค้ดได้อย่างง่ายดายเพียงแค่คลิกปุ่ม Discard ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม

อีกหลายอย่าง เขียนอธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว

Git สำหรับโปรแกรมเมอร์

Git สำหรับโปรแกรมเมอร์



ต้องการซื้อคลิกที่นี่

https://leanpub.com/gitforbeginner

แสดงความคิดเห็น

comments