บทความในหมวด ‘Mac’
จับภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวหน้าจอ ด้วย Jing
เบื่อรึยังกับการจับภาพหน้าจอด้วย 3 ปุ่มลัดมหัศจรรย์ Commond + Shift + 3
ถ้ายังไม่เบื่อ ก็ไม่ต้องอ่านบทความนี้ต่อ อนุญาตให้ปิดหน้านี้ได้เลย โดยไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกัน
ถ้าเบื่อแล้ว คุณมาเจอทางออกใหม่ที่ดีกว่าแล้วละครับ
วันนี้ขอแนะนำโปรแกรมสุดยอดแห่งการจับภาพหน้าจอ JING
ถ้ายังไม่มีโปรแกรมนี้ไว้ในครอบครอง รีบไปดาวน์โหลดซะ ..เขาให้ฟรี ที่นี่จ๊ะ
Jing ไม่ใช่แค่จับภาพหน้าจอได้เท่านั้น เขามีความสามารถถึงขั้นจับภาพเคลื่อนไหวในหน้าจอ และออกมาเป็นไฟล์วีดีโอได้ แล้วจะจับภาพเคลื่อนไหวหน้าจอทำไม?? หลายคนอาจสงสัย
ถ้าคุณจำเป็นต้องแนะนำโปรแกรมอะไรสักอย่างแก่ใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ในอีกที่หนึ่ง ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยภาษาพูด คุณก็สามารถอธิบายโปรแกรมนั้นด้วยภาษาวีดีโอได้ หลังจากจับภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวทางหน้าจอเรียบร้อยแล้ว Jing ยังนำเสนอพื้นที่เก็บไฟล์ให้คุณด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่ถึง 2 กิ๊ก!!!
พูดมาซะขนาดนี้ ชักอยากรู้จักคุณ Jing แล้วใช่มั้ยละครับ
หลังจากดาวน์โหลดและลงในเครื่องเรียบร้อยแล้ว (อ้อ ตอนลง Jing จะให้คุณลงทะเบียนกับเขาด้วย ขอให้คุณลงทะเบียนกับ Jing อย่าได้อิดออดหรือบิดพลิ้ว เพราะนั่นคือพื้นที่ขนาด 2 กิ๊กที่คุณจะพึงได้)
หลังจากลงโปรแกรมแล้ว jing จะแอบอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่งของหน้าจอคุณ รอเวลาให้คุณเรียกใช้งาน

หลังจากคลิกเรียกใช้งาน เขาจะมาพร้อมกับเส้นบอกอาณาเขตพื้นที่ๆต้องการจะจับภาพ

พอได้พื้นที่ๆต้องการแล้ว คลิกเมาส์ซ้าย โปรแกรมจะขึ้นไอค่อนมาให้คุณเลือกว่าต้องการจะจับภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว

ไล่จากซ้ายนะครับ อันแรกจับภาพนิ่ง อันที่สองจับภาพวิดีโอ อันถัดมา จับภาพใหม่ และอันสุดท้าย ยกเลิก
1. จับภาพนิ่ง

จะมีออฟชั่นให้เลือก หลัก 3 ตัว คือ พิมพ์ข้อความได้, สร้างกรอบเพื่อเน้นข้อความได้ และสร้างไฮไลท์เพื่อเน้นข้อความได้ (แทบสีเหลือง) หลังจากจัดการกับภาพนิ่งเรียบร้อยแล้ว ที่เมนูด้านล่าง มีให้เลือกว่า จะเซฟเก็บไว้ในเครื่อง หรือจะอัพภาพนี้ไปไว้บนพื้นที่ 2 กิ๊กที่ jing มอบให้
2. จับภาพเคลื่อนไหว

หลังจากเลือกเมนูจับภาพเคลื่อนไหว โปรแกรมจะนับ 3-0 เพื่อให้เราพร้อมที่จะบรรยายและนำเสนอในหน้าจอ โปรแกรมจะบันทึกจนกว่าคุณจะพอใจ และกดปุ่ม หยุด เช่นเดียวกัน หลังจากจบการบันทึกแล้ว คุณจะเก็บไว้ในเครื่อง หรืออัพไปไว้ในพื้นที่ 2 กิ๊กที่ jing มอบให้ ก็แล้วแต่ตามใจคุณ..
เห็นความสามารถของเขาขนาดนี้แล้ว คงคิดในใจว่า ราคาสักเท่าไรน้อ..
ฟรีครับ ฟรี!!
เห็นความสามารถขนาดนี้แล้ว ก็ลองไปโหลดมาใช้ดูหน่อยเป็นไรไป..
ดาวน์โหลดคุณจิง
ดีเจเสียงใส..ฟังวิทยุออนไลน์ด้วย VLC
โปรแกรม VLC ถือเป็นซอฟต์แวร์มัลติมีเดียขนาดจิ๋วที่คุณภาพคับแก้ว ไฟล์หนังนามสนุกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น .dat, .mpg, mpeg เป็นต้น มันสามารถเปิดได้ และตอบสนองผู้ใช้ได้ดี เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายครับ แต่ยัง คุณภาพแค่นั้น ยังจิ๊บๆ อีกความสามารถของมันก็คือ..
แอ่น แอ๊นนน ..
มันสามารถฟังวิทยุออนไลน์ได้ด้วยยย
1. ง่ายๆเลย อันดับแรกไปหาโปรแกรม VLC ก่อนเลย ถ้าไม่มี คลิกที่นี่สิ
2. เปิดโปรแกรมVLC ขึ้นมา ไปที่ File > Open Network.. (command+n)

3. ไปหาลิงค์คลื่นวิทยุที่ชอบมา เริ่มเครียดแล้วสิ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ไม่ใช่ปัญหาครับ ผมจะหามาให้บ้างเพื่อเป็นตัวอย่างและทางเลือกสักเล็กน้อย
4. คลิกขวา เอาลิงค์จากคลื่นวิทยุที่ชอบใส่ในช่อง Media Resource Locator (MRL)

5. เราจะได้คลื่นวิทยุมาอยู่ในลิสต์ของเรา ดังภาพ

เท่านีเราก็ได้ฟังวิทยุที่ชอบออนไลน์อย่างมีความสุขแล้วละครับ
รับส่งจดหมายด้วย Mail.app
การรับส่งอีเมล์ อ่านอีเมล์ของฝั่งวินโดว์เขามี Outlook เป็นเจ้าดั่งเดิมมาแต่โบร่ำโบราณมา ฝั่งของ Mac ก็มี Mail.app หากต้องการรับอีเมล์จาก hotmail หรือ gmail แบบ pop 3 ณ วันนี้ทำได้แล้วคร้าบบ
ของฝั่ง gmail ได้มาก่อนหน้านี้นานแล้ว ส่วนฝั่งของ hotmail ไม่น้อยหน้า แต่มาช้ากว่าหน่อย พึ่งเปิดให้บริการเมื่อต้นปีนี้ มาดูวิธีเซตค่ากัน
หัวใจสำคัญของการเซตค่ามีเพียง 4 ส่วนหลักๆ นั่นคือ
1. username ก็คือชื่ออีเมล์ของเราซึ่งมีชาติตระกูลเป็น @hotmail.com
2. password ของอีเมล์นั่นแหละ
3. Incoming Server: ใส่ค่านี้ลงไป pop3.live.com และ
4. Outgoing Server: ใส่ค่านี้ smtp.live.com
ทีนี้มาดูแบบมีภาพประกอบกัน เพื่อให้ง่ายเข้ากว่าเดิม
ก่อนอื่น เปิดโปรแกรม Mail.app ขึ้นมาก่อน แล้วไปที่ Preferences แล้วไปที่ Accounts

คลิกเครื่องหมายบวก (+) เพื่อเพิ่ม Account ใหม่ เลือก Account type เป็น pop3 เสร็จแล้วระบุ ชื่อ ชื่ออีเมล์ และพาสเวิร์ด
Incoming Server: ใส่ค่า pop3.live.com
Outgoing Server: ใส่ค่า smtp.live.com
คลิก Continue ไปจนเสร็จขั้นตอน เป็นอันเสร็จพิธีครับ
ส่วน Gmail ซึ่งมีบริการ pop 3 มาก่อนแล้วนั้น หากใครยังไม่รู้ หรือจำไม่ได้ ขั้นตอนทุกอย่างเหมือน hotmail เปลี่ยนแต่ค่า นี้ครับ
Incoming Mail Server POP3 : pop.gmail.com
Outgoing Mail Server SMTP : smtp.gmail.com
และแน่นอน อีเมล์ต้องเป็นชาติตระกูล xxx@gmail.com นะครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://macamour.com/blog/2009/01/13/sync-hotmail-pop3-free-on-your-mac-or-iphone/
ดูวิธีเซต mail.app อย่างละเอียดชนิด step by step ได้ที่ http://www.coolrack.net/manual/Email_Setting/AppleMailSetting/index.html
และหรือ ที่ http://www.thaimacclub.net/?q=node/50
Spaces หลายหน้าแต่ใจเดียว
อีกความสามารถของ Mac OS X 10.5 Leopard เล็กๆน้อยๆ แต่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้อย่างมากมาย (หากใช้จนชินแล้ว) นั่นคือ Spaces
อย่าเข้าใจว่าเหมือน spaces ใน window live เพราะนั่นมันเป็นบล็อกของไมโครซอฟต์ Spaces ของแมคนั่นคือโปรแกรมที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในแง่ของการมีหน้าต่างหลายหน้า โปรแกรมนี้ไว้อีกหน้าต่างหนึ่ง อีกโปรแกรมหนึ่งก็อาจไว้อีกหน้าต่างหนึ่ง ถ้ามีเปิดอีกหนึ่งโปรแกรมก็ไว้อีกหน้าต่างหนึ่ง ดังนี้ เพื่อแบ่งพื้นที่การทำงานกันอย่างชัดเจน ไม่ก้าวก่ายพื้นที่ของกันและกัน เพราะบางครั้งการทำงานด้วยการเปิดโปรแกรมหลายๆตัว อาจทับซ้อนจนงงไปหมด ปัญหานี้จะหมดไปด้วย Spaces ครับ
พูดแล้วยากที่จะให้เห็นภาพตาม เรียกใช้โปรแกรมที่ว่านั่นเลยดีกว่า System Preferences.. => Expose & Spaces จะปรากฏหน้าตาดังนี้

แต่ถ้ายังไม่เคยเซตค่าอะไรเลย จะปรากฏคำถามภาษาอังกฤษว่า Spaces is not set up. Would you like to set it up? ให้คลิ้กที่ปุ่ม Set Up Spaces เพื่อเปิดหน้า Spaces preferences ขึ้นมา
คลิ้กที่เช็คบ็อกซ์ Enable Spaces
หากคุณต้องการให้มีเมนู Spaces ปรากฏบนเมนูบาร์ด้วย ให้คลิ้กที่ Show Space in menu bar
สามารถเพิ่มสเปซ ด้วยการคลิ้กที่ปุ่มเครื่องหมายบวก “+ และลดสเปซด้วยเครื่องหมาย “-”
มาดูคำสั่งและการเรียกใช้งานกันบ้าง
1. To active Spaces เป็นคีย์ลัดในการเรียกใช้งาน สามารถกำหนดเองได้โดยปุ่ม F1 ถึง F13 หากเลือกปุ่มไหนแล้ว เวลาเรียกใช้ กดปุ่ม Fn ค้างไว้แล้วตามด้วยปุ่มที่เลือก หรือหากมีเมาสท์ สามารถกำหนดการเรียกใช้งานจากเมาสท์ได้ โดยสองวิธี (กำหนดได้ในช่องถัดจากช่องกำหนดปุ่ม) secondary mouse button กำหนดเรียกโปรแกรมโดยการคลิกขวา และ middle mouse button เรียกโปรแกรมโดยคลิกปุ่มตรงกลางเมาสท์
2. To switch between spaces เรียกใช้โดยเปลี่ยนหรือสลับหน้า โดยสามารถกำหนดให้กดปุ่มไหนก็ได้ ระหว่างปุ่ม Command, option และ control ปุ่มใดปุ่มหนึ่ง โดยกดค้างไว้แล้วตามด้วยปุ่มลูกศร ซ้าย/ขวา, บน/ล่าง (กำหนดแล้ว ลองเรียกใช้ดูให้คุ้นเคย)
3. To switch directly to a spaces เรียกใช้โดยไปยังหน้านั้นตรงๆ โดยสามารถกำหนดให้กดปุ่มไหนก็ได้ ระหว่างปุ่ม Command, option และ control ปุ่มใดปุ่มหนึ่ง(คลิกเลือก) และตามด้วยหมายเลขสเปซที่เราต้องการเข้าถึง เช่น อยากไปสเปซ 1 ก็กดปุ่ม command (หากเรากำหนดปุ่ม command ไว้แล้วนะ) แล้วตามด้วยหมายเลข 1
ทีนี้มาดูตรงช่องว่างๆตรางกลาง มีคำว่า Application Assignments มีไว้ทำไม?
เวลาที่เปิดโปรแกรมไหนแล้ว หากเราต้องการให้โปรแกรมนั้นไปอยู่ในสเปซไหน สามารถกำหนดได้จากตรงนี้เลยครับ คลิกที่เครื่องหมายบวก + เลือกโปรแกรมที่ต้องการ เสร็จแล้วด้านขวามือเลือกหมายเลขสเปซ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนพอแก่สเปซที่เรากำหนด เสร็จแล้ว ลองทดสอบดู โดยการเปิดโปรแกรมที่ตั้งไว้แล้วนั้น โปรแกรมนั้นจะไปโผล่ในสเปซที่เรากำหนดไว้อย่างไม่ผิดเพี้ยนเลยละ

ตัวอย่างสเปซที่กำหนดแบบ 3 แถว 3 คอลัมน์
ต่อไปนี้การทำงานด้วยโปรแกรมหลายๆตัวก็ไม่ต้องสันสนวุ่นวายแล้ว หัดใช้จนชินแล้วจะพบว่า
แมค..มันดีอย่างนี้เอง ฉันรักแมคจังเลย :P
เมื่อภาษาไทยใน iTUNES วิบัติ
หลายๆคนคงรู้จักกันอย่างแพร่หลายแล้ว สำหรับโปรแกรมฟังเพลงอย่าง iTunes
เพราะปัจจุบันนี้มีเวอร์ชั่นสำหรับวินโดวส์แล้ว ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง ฟังวิทยุ การจัดเรียงชื่อเพลง ค้นหาง่าย iTunes จึงได้รับความนิยมอย่างคับคั่ง
ปัญหาสำหรับคนใช้วินโดว์ยังไม่ใคร่เจอ แต่คนใช้แมคสัญชาติไทยมักมีปัญหาตามมา นั่นคือ ชื่อเพลงไทย แต่กลับไม่เป็นภาษาไทย .. เพี้ยนไปเป็นภาษาที่อ่านไม่รู้เรื่อง ดังนั้น จึงกำเนิดโปรแกรมตัวหนึ่งชื่อว่า Thai iTunes
โปรแกรมนี้ถือกำเนิดมา ยังความปลาบปลื้มใจแก่คนไทยเชื้อสายแมคยิ่งนัก ด้วยว่ามันสามารถแก้ปัญหาตัวหนังสือไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยในโปรแกรม iTunes ได้อย่างดีเยี่ยม ชักสนใจแล้วสินะครับ ดังนั้น คลิกโหลดไปก่อนเลย (ของคุณ macdd.com)

หลังจาก install เรียบร้อยแล้ว เปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมา แล้วคลิกเลือกที่ชื่อเพลงที่เป็นภาษาต่างด้าว มีกี่เพลงก็เลือกซะให้หมด จากนั้นคลิกเลือกโปรแกรม thai iTunes ที่เมนูดั่งภาพ ภาษาที่อ่านไม่ออกนั้นจะกลายเป็นภาษาไทยโดยง่าย ดังนี้แล
ข้อมูลอ้างอิงจาก www.macdd.com
นู๋ MAMP นางเอกผู้เสกให้ mac รัน PHP
อีกความกลัวหนึ่งที่บางคนยังไม่กล้ามาใช้แมค นอกจากมันจะแพงแล้ว กลัวว่ามันจะไม่สามารถรัน php บนเครื่องได้ เพราะไม่มีโปรแกรมจำลองเครื่องให้เป็นเซิฟเวอร์อย่าง appserv
บนแมคไม่มี appserv แต่มี mamp ครับ
mamp คืออะไร
ตอบแบบง่ายๆ ตามประสาชาวบ้าน mamp ก็คือ appserv ครับ คุณสมบัติทุกอย่างเหมือนกันกับ appserv เป่ะๆ ถามว่าต่างกันยังไง? ต่างกันแค่ 2 ประการครับ ประการแรก appserv อยู่ใช้ในฝั่งวินโดวส์ mamp อยู่ฝั่งแมค ประการสองคือมันต่างกันแค่ชื่อ แต่คุณสมบัติและประโยชน์ใช้สอย เป็นอันเดียวกัน
การติดตั้ง mamp ลงในเครื่องนั้นก็ง่ายแสนงาย เหมือนกับลงโปรแกรมอื่นๆทั่วๆไป กล่าวคือ หลังจากดับเบิ้ลคลิกไฟล์ที่มีนามสกุล .dmg ที่เราโหลดมาได้แล้วนั้น (ดาวน์โหลดmamp) ก็จะปรากฏหน้าตาดังนี้

จะมี 2 ตัวให้เลือก คือ mamp pro กับ mamp ธรรมดา แนะนำให้เลือก mamp mamp pro กับ mamp ธรรมดา ต่างกันยังไงนั้น รายละเอียดไม่ทราบนักนะครับ ทราบแต่ว่า mamp pro เสียตังค์ mamp ธรรมดาฟรี แค่นี่ก็ตัดสินใจไม่ยากแล้วว่าจะเลือกอันไหน
ดับเบิ้ลคลิกที่ mamp ธรรมดา ก็จะปรากฏโฟลเดอร์ชื่อ mamp ให้ลากโฟลเดอร์ชื่อ mamp นั้นไปทิ้งไว้ที่โฟลเดอร์ชื่อ Applications ในเครื่อง เท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนพิธีลงแล้ว ต่อไปมาดูวิธีเรียกใช้
สามารถเรียกใช้โดยไปที่
ไปที่ Applications > MAMP > ดับเบิ้ลคลิกที่ไอค่อน mamp เพื่อคอนฟิกค่าต่างๆ
หลังจากดับเบิ้ลคลิกแล้ว อาจจะมีหน้าต่างเล็กๆให้ระบุสิทธิ์ในการลงโปรแกรม ถ้ามียูเซอร์เนมและพาสเวิร์ดให้ระบุลงไปเลย (เหมือนการลงโปรแกรมทั่วๆไปในเครื่อง)

นี่คือหน้าตาโปรแกรมครับ
Stop Servers / Start Servers (ถ้าเปิดครั้งแรกจะเป็น Start Servers และปุ่มสีเขียวจะเป็นสีแดง) คือ เริ่มรันโปรแกรม ทุกครั้งที่เราจะรัน php ในเครื่อง ต้องมา Start Servers ก่อนเสมอไป
Open start page หน้านี้จะลิงคืไปยัง phpmyadmin
Preferences จะเป็นการคอนฟิกค่าต่างๆของโปรแกรม คลิกเมนูนี้ก่อนเลยครับ

เมนูนี้ ควรจะใช้ค่าเดิม (Default) นะครับ ตรง Start page url ระบุที่อยู่ของ phpmyadmin ค่าเดิมคือชี้ไปที่ MAMP เป็น phpmyadmin ที่มากับเครื่อง ก็คงให้เป็นแบบเดิมนั้น นอกจากเรามี phpmyadmin ตัวอื่น

ต่อไปเป็นการกำหนด Port ซึ่งปกติจะไม่ใช่ port มาตรฐาน แนะนำให้ใช้มาตรฐานคือ Apache port 80, MySQL port 3306 จะทำให้เรียกเว็บโดยไม่ต้องต่อด้วย :port number

ต่อไปเป็นการกำหนดเวอร์ชั่นภาษา PHP 4 or PHP 5 และการใช้คุณสมบัติของ Zend

สุดท้ายก็เป็นการกำหนด Documents Root ที่เราจะเก็บไฟล์เว็บทั้งหลายนั่นแหละครับ ปกติเขาให้เก็ยไว้ที่ /Application/MAMP/htdocs/
แต่ผมไม่ถนัดเพราะมันไปยุ่งกับเรื่องของโปรแกรมมากเกินไป (กลัวเผลอเรอไปทำมิดีมิร้ายเข้า แม้จะสร้าง Alias ไปที่อื่นก็เถอะ) เลยย้ายเอามาไว้ที่ /Users/username/Sites สะดวกในการกำหนดสิทธิในไฟล์ต่างๆ ก็มันเป็นของเราเองดังภาพ
เอาละเท่านี้ก็สามารถใช้งานเขียนโปรแกรม php บนเครื่องได้แล้วละ
(ภาพทั้งหมดและข้อมูลบางส่วนจาก http://www.krumontree.com ครับ)
แกะรหัสลับด้วย UnRarX
สำหรับนักโหลดไฟล์ โปรแกรม หรือเพลงในอินเทอร์ ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาส่วนใหญ่เป็นไฟล์ zip หรือ rar บางทีโหลดมาไว้ในเครื่องตั้งนานนมละ กว่าจะมีเวลาแกะซิบมาดู ก็นานพอที่จะทำให้ลืมว่าเราดาวน์โหลดมาจากไหน แหล่งดาวน์โหลดมาสำคัญอย่างไร? บางไฟล์มีการตั้งพาสเวิร์ดไว้ด้วย และในแหล่งดาวน์โหลดนั้น มีการให้พาสเวิร์ด แต่ปัญหาคือ ถ้าเราจำแหล่งที่มาไม่ได้ หรือจำได้ แต่ที่มานั้นก็ไม่ได้พาสเวิร์ดไว้ เซ็งละสิครับงานนี้ นั่งโหลดไฟล์ตั้งหลายร้อยเมกมาแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เหมือนหมาได้ปลากระป๋องยังไงยังงั้น
แต่ช้าก่อน อย่าพึ่งเครียด แมคบุคแก้ปัญหานี้ได้ครับ
ฝั่งทางแมคเขาจะมีโปรแกรมคล้ายๆกับ winzip หรือ winrar เรียกตัวเองว่า UnrarX ประสิทธิภาพก็คล้ายๆกับ winzip หรือ winrar แต่ที่ไม่ธรรมดา คือ ไฟล์ที่ถูกเข้าพาสเวิร์ดจะไม่มีผลกับ UnrarX นั่นหมายความว่า ถึงไฟล์จะถูกเข้าพาสเวิร์ด UnrarX สามารถดึงไฟล์ออกมาใช้งาน โดยไม่ต้องมีพาสเวิร์ดเลย
แต่มันต้องมีเทคนิคกันนิดหน่อยครับ
ขณะที่โปรแกรมคลายซิบออกแล้ว เราจะเห็นไฟล์ออกมาจากซิบตั้งอยู่ด้านนอก ขณะนั่นเองก็มีจะบ็อกเด้งขึ้นมาให้เราใส่พาสเวิร์ด ถ้าใส่พาสเวิร์ดผิด หรือไม่ใส่ ไฟล์ที่ออกมาจากซิบแล้วนั้น จะหายไปในพริบตา ! โอ้วว ไม่น่ะ
วิธีแก้ก็คือ หลังจากคลายซิบแล้ว ไฟล์ถูกปล้อนออกมาด้านนอกแล้วนั้น ขณะที่บ็อกเด้งมาให้ใส่พาสเวิร์ด อย่าพึ่งไปใส่ หรือใส่ใจมัน เราไปใส่ใจไฟล์ที่ออกมาจากซิบดีกว่า! ลากมันไปไว้ที่โฟลเดอร์อื่น ส่วนบ็อกพาสเวิร์ดปิดทิ้งไปเลย ทีนี้เราก็จะได้ไฟล์ที่ถูกเข้าซิบและป้องกันอย่างมิดชิดด้วยพาสเวิร์ดมาใช้
เทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่อาจช่วยให้อารมณ์ไม่หงุดหงิดเพราะเรื่องจิบๆ นี้
Categories
- 1 week 1 Source (2)
- AppServ (10)
- Array (2)
- Codeigniter (1)
- Computer (7)
- CSS (9)
- Dreamweaver (7)
- Firefox (7)
- Form (2)
- FPDF (15)
- General (31)
- HTML (2)
- Javascript (6)
- jQuery (86)
- Mac (10)
- MySQL (15)
- Navicat (9)
- Other (58)
- PHP (97)
- PHP-function (12)
- Program (8)
- SMF (15)
- SQL (20)
- Theme (1)
- TinyMCE (7)
- webservice (1)
- Wordpress (18)
- คอมฯ ทั่วไป (6)
-
Recent Posts
- akismet ปลักอินกรองแสปมของเวิร์ดเพรส
- WP-CMS Post Control ปลักอินสำหรับซ่อนสิ่งที่ไม่ต้องการในเวิร์ดเพรส
- wordpress flickr manager ปลักอินสำหรับอัปโหลดภาพเก็บที่ flickr
- picpick โปรแกรมที่เว็บโปรแกรมเมอร์ต้องมีไว้ติดเครื่อง
- ขอความเห็น
- todoist โปรแกรมจดรายการสิ่งที่ต้องทำสุดเจ๋ง
- wordpress google xml sitemap หนึ่งในปลักอินที่ท่านต้องติดตั้ง
- แนะนำเว็บให้ความรู้การเขียนโปรแกรมโคตะระเด็ด
- โปรแกรมจดรายการสิ่งที่จะต้องทำ
- แจกภาพปุ่มเอาไปตกแต่งเว็บ
- วิธีสร้างเว็บให้ติดอันดับหนึ่ง
- wordpress ปิงผู้ปิดทองหลังพระ
- วิธีเปิด notepad อย่างรวดเร็ว
- วิธีดึงข้อมูลออกจากฐานข้อมูลของเวิร์ดเพรส แบบสุ่ม
- หารายละเอียดโดเมน
Tags
AppServ Array Back to the basic bug calendar CAPTCHA chart CSS Dreamveawer eclipse error firebug Firefox firefox plugin FPDF General google helios HTML icons Javascript jQuery jquery plugin jquery slide jQuery tutorial jQuery UI Mac MySQL Other pdt PHP phpmailer programming slide slide show SMF smf themes smf themes download smf themes free smf themes thai SQL sql function tooltip Wordpress wordpress plugin
